ความแตกต่างของ USB2.0 กับ USB 3.0

usb448x240

USB 3.0 SuperSpeed มีอัตราการรับและส่งข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ 5Gbit/sec ในขณะที่ USB 2.0 มีอัตราการรับและส่งข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ 480 Mbit/sec
สำหรับ USB 3.0 ถ้าต้องการการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ที่ 5Gbit/sec ความยาวของสาย USB ไม่ควรเกิน 3 เมตร ในขณะที่ USB 2.0 ความยาวของสายได้ถึง 5 เมตร จากรายละเอียดของทีมผู้พัฒนาและผลการทดสอบพบว่า USB 3.0 สามารถส่งผ่านกระแสไฟฟ้าได้มากที่สุดถึง 900 milliamps เพิ่มขึ้นหลายเท่าจากตัวเลข 100 milliamps ที่ USB 2.0 สามารถทำได้
การพัฒนาของ USB 3.0 ต่างจากการพัฒนาของ USB 1.0 ไปเป็น USB 2.0 เพราะ connector ของ USB 3.0 ได้เปลี่ยนไปจาก USB 2 รุ่นแรก
USB 3.0 มี 2 แบบ

USB 3.0

-    แบบแบนหรือ USB Type A เป็นแบบที่มักจะใช้กับคอมพิวเตอร์ ลักษณะของ connector จากภายนอกจะเหมือนกัน แต่ว่าองค์ประกอบภายในของตัว connector จะไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงได้มีการทำขอบที่มีสีฟ้าขึ้นมาเพื่อเป็นการบ่งบอกว่าเป็น USB 3.0
-    แบบ USB Type B เป็นแบบที่มักจะใช้กับพวก USB device หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ จะมีลักษณะที่แตกต่างจาก USB 1.0 และ USB 2.0 ดังนั้นเราจะไม่สามารถใช้สาย USB 3.0 กับพวก USB device หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่เป็น USB 2.0
แต่ว่าการใช้สาย USB 3.0 กับคอมพิวเตอร์หรือ notebook จะไม่มีปัญหาอะไรกับตัว connector เพียงแต่ความเร็วในการรับและส่งข้อมูลจะเท่ากับความเร็วของ connector ที่ตัวคอมพิวเตอร์หรือ notebook มีอยู่

เหตุผลที่ Connector ของ USB 3.0 แตกต่างจากของ USB 2.0 คือจำนวน ของสายไฟหรือเส้นทางการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นจาก 5 เส้นทางของ USB 2.0 เป็น 9 เส้นทาง โดยที่ 8 เส้นทางใช้สำหรับรับส่งข้อมูลและอีก 1 ใช้เป็น ground การเพิ่มเส้นทางแบบนี้ทำให้อัตราการรับส่งข้อมูลเร็วขึ้นอย่างมาก ลองเปรียบเทียบดูว่าถ้า เส้นทางที่ USB 2.0 มีอยู่คือถนนที่มี 4 เลนไปและกลับ ในขณะที่มีรถหรือข้อมูลเข้ามามากในเวลาเดียวกัน ก็จะเกิดภาวะรถติดหรือ jam ขึ้น เป็นเหตุให้การรับส่งข้อมูลไม่สามารถทำอย่างรวดเร็วได้ แต่สำหรับ USB 3.0 เป็นเหมือนการเพิ่มช่องทางจราจรจากถนนที่มี 4 เลนไปเป็น 8 เลนแบบไปกลับ การเพิ่มถึง 2 ช่องทางทั้งในสองทิศทาง ทำให้เกิดสภาพคล่องขึ้นอย่างมาก และสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงอีกอย่างคือ USB 2.0 ต้องมีการทำ synchronous transfer ตลอดเวลาที่ต่อ USB device เข้ากับคอมพิวเตอร์ แต่ในขณะที่ USB 3.0 ไม่ได้ทำตลอดเวลา เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็น HOST จะมีการตรวจสอบและถามผู้ใช้เป็นระยะๆ ถึงการอนุญาตให้มีการส่งข้อมูล (หรือกระแสไฟ) ไปถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อหรือไม่ แทนที่จะทำการส่งผ่านข้อมูล (กระแสไฟ) อย่างต่อเนื่องดังที่เป็นมาใน USB 2.0 ซึ่งสถานะของอุปกรณ์เชื่อมต่อ ที่ไม่ได้มีการส่งผ่านข้อมูลจะอยู่ในสถานะ idle และจะทำให้ระบบของผู้ใช้มีการประหยัดพลังงานที่มากขึ้น

ยุคที่ 3 ของ USB อินเทลเริ่มออกมาตรฐานใหม่ ด้วยการจัดตั้ง SuperSpeed USB Promotions Group เพื่อเป็นเครื่องรับประกันว่ามาตรฐานใหม่นี้จะเป็นที่แพร่หลายในหมู่อุปกรณ์ ต่อพ่วงไปอีกอย่างน้อย 5 ปี

หัวใจสำคัญในการออกมาตรฐานใหม่ ก็คือเรื่อง Backward Compatible ซึ่ง USB 3.0 ต้องรองรับการทำงานกับ USB 2.0 หรือแม้แต่ 1.1

ในแง่ความเร็ว SuperSpeed USB จะรองรับอัตราการรับส่งข้อมูลที่ระดับสิบเท่าของ 2.0 เดิม คือเพิ่มจาก 480 Mbps กลายเป็น 4.8 Gbps ซึ่งทีมพัฒนาได้นำไฟเบอร์ออปติกเข้ามาใช้ร่วมกับสายไฟทองแดงปกติ
ในแง่ ของพลังงานแล้วก็จะประหยัดขึ้น เพราะมีการออกแบบกลไกในการสื่อสารใหม่ คอมพิวเตอร์หรือโฮสต์จะถามอุปกรณ์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ว่ามีข้อมูลจะส่งเพิ่มหรือเปล่า จากนั้นก็จะไม่ถามอีก เทียบกับแบบเดิมที่คอมพิวเตอร์จะถามอย่างไม่หยุดยั้งเป็นช่วงๆ และเมื่ออุปกรณ์มีข้อมูลใหม่จะส่ง ตัวอุปกรณ์เองจะเป็นผู้แจ้งให้คอมพิวเตอร์ทราบ ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้จะลดการกินไฟไปได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะที่ไม่มีการส่งข้อมูลกัน (idle) นอกจากนั้นระบบจัดการพลังงานของ USB 3.0 ยังสามารถจัดการกับการใช้พลังงานได้ในลักษณะแยกแต่ละลิงค์จากกัน ดังนั้นจึงยิ่งประหยัดไปได้อีกระดับหนึ่ง
อีกประเด็นที่ USB ตัวใหม่อยากจะแก้สิ่งผิดพลาดในอดีตก็คือเรื่อง Virtualization ทาง Promotion Group ต้องการออกแบบให้แน่ใจว่า ซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันในระบบ Virtual Machine สามารถเข้ามาใช้งานอุปกรณ์ USB 3.0 ได้โดยไม่ต้องมีซอฟต์แวร์ตัวกลางมาช่วย

USB 3.0x
ประเด็น สุดท้ายคือเรื่องไดรเวอร์ของอุปกรณ์เก็บข้อมูล ปัจจุบันไดรเวอร์อุปกรณ์เก็บข้อมูลของ USB 2.0 นั้นรองรับความเร็วในการสื่อสารสูงสุดแค่ที่ 32 Mbps ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการออกแบบโมเดลของไดรเวอร์ใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้ว เรื่องไดรเวอร์ของฮาร์ดดิสก์จะเป็นประเด็นที่อยู่นอกขอบข่ายการ ออกมาตรฐาน USB แต่ทางกลุ่มทำงานก็อยากจะประสานงานไปทางกลุ่มผู้สร้างไดรเวอร์ฮาร์ดดิสก์ ด้วย เพื่อให้มาตรฐาน USB ถูกใช้ประโยชน์เต็มประสิทธิภาพ

 

ขอขอบคุณ

Comments

Powered by Facebook Comments

Powered by WordPress | Designed by: credit repair | Thanks to st louis web design, essay writing and fire glass